นิสัยประจำวันเพื่อชีวิตที่สมดุลมากขึ้น
การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการทำสิ่งใหญ่ๆ ในวันเดียว แต่เกิดจากกิจวัตรเล็กๆ ที่เราเลือกทำเป็นประจำ
น้ำ อาหาร และการเติมพลัง
ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวของประเทศไทย การรักษาระดับน้ำในร่างกายคือสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับแรก การพกกระบอกน้ำติดตัวไปทำงานหรือระหว่างเดินทาง ช่วยให้เราไม่ลืมที่จะจิบน้ำเรื่อยๆ
สำหรับมื้ออาหาร การเว้นระยะเวลาการกินให้เป็นเวลาช่วยให้ร่างกายปรับจังหวะได้ดีขึ้น เมื่อถึงมื้อเย็น การเลือกอาหารที่เบาสบาย เช่น เมนูต้มหรือนึ่งโฮมเมด จะช่วยให้รู้สึกสบายท้องและส่งผลดีต่อการนอนหลับในคืนนั้น
- จิบน้ำเปล่าเป็นระยะตลอดวัน โดยเฉพาะหลังออกไปเจอแดด
- ลดการกินของว่างที่มีรสจัดหรือหวานจัดในช่วงบ่าย
- เดินยืดเส้นยืดสายเบาๆ สัก 10 นาทีหลังทานมื้อเที่ยงเสร็จ
รับมือกับจังหวะชีวิตคนเมือง
การเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS, MRT ในชั่วโมงเร่งด่วน หรือการขับรถฝ่าการจราจรที่ติดขัด มักดึงพลังงานของเราไปอย่างมากตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน และเมื่อเลิกงาน เราก็มักจะกลับถึงบ้านด้วยความรู้สึกอ่อนล้าสุดขีด
แทนที่จะกลับบ้านแล้วล้มตัวลงนอนเช็คโซเชียลมีเดียทันที ลองสร้าง "ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน" (Transition Time)
ใช้เวลา 15 นาทีแรกเมื่อถึงบ้านในการอาบน้ำให้ร่างกายสดชื่น เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใส่สบาย หรือนั่งเงียบๆ ที่ระเบียงเพื่อปรับโหมดร่างกายจาก "โหมดทำงาน" เป็น "โหมดพักผ่อน"
3 พฤติกรรมที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้
1. ขยับตัวยามเช้า
ใช้เวลาเพียง 5 นาทีก่อนอาบน้ำในการบิดขี้เกียจ ยืดแขนและขา เพื่อเป็นการบอกร่างกายว่าพร้อมสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่แล้ว
2. กฎการพักสายตา
สำหรับคนทำงานออฟฟิศ ลองละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ มองออกไปนอกหน้าต่าง หรือมองต้นไม้สีเขียว ทุกๆ ชั่วโมง เพื่อลดความเมื่อยล้า
3. ปิดจอก่อนนอน
เปลี่ยนจากการไถฟีดข่าว เป็นการฟังเพลงสบายๆ หรืออ่านหนังสือสักบท แสงสลัวจะช่วยให้คุณพร้อมหลับลึกได้ง่ายขึ้น
เคล็ดลับจาก Jejesow
การสร้างนิสัยไม่ใช่การฝืนตัวเอง หากวันไหนคุณลืมดื่มน้ำ หรือกินของหวานมากไป ก็ไม่เป็นไร แค่กลับมาเริ่มต้นใหม่ในมื้อถัดไป ความต่อเนื่องคือสิ่งสำคัญที่สุด